วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

เรียนฟิสิกส์ มันจะมีประโยชน์อาร๊ายยย

"เรียนฟิสิกส์ มันจะมีประโยชน์อาร๊ายยย"
เด็กน้อย 'เคียวเฮ' ชาวเกาะ เอ่ยปากถามดอกเตอร์วัย 40 ต้นๆ ผู้พกพาความรู้ฟิสิกส์มาเต็มกระเป๋า

ช่วงกลางฤดูร้อน บนเกาะแห่งหนึ่ง
ดอกเตอร์ ยูกาว่า อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น
ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์

การประชุมเต็มไปด้วยเรื่องน่าเบื่อหน่าย
เนื่องจากความขัดแย้งของนักวิชาการ กับ ชาวบ้านในพื้นที่ ทุ่มเถียงกันไปมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะได้ข้อสรุปใดๆทั้งที่เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง

Dr. ยูกาว่า หนีออกจากห้องประชุม ออกเดินสำรวจเกาะยามเย็น ก่อนจะเข้าพักที่เรียวคังแห่งหนึ่ง

ที่เรียวคังแห่งนี้ ดอกเตอร์ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และได้มีโอกาสได้รู้จักเด็กน้อยลูกเจ้าของเรียวคัง

เนื่องจากเป็นเรียวคังเล็กๆ นานๆจะมีแขกต่างบ้านต่างเมืองมาพักสักที เด็กน้อยช่างสงสัย จึงพยายามเข้ามาตีซี้ดอกเตอร์ตามประสาเด็ก อยากรู้อยากเห็น

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"เซนเซย์รู้มั๊ยครับ ว่าชื่อเกาะ 'ฮาริกาอุระ' มีความหมายว่ายังงัย"

สายๆวันรุ่งขึ้น อาจารย์โดดการประชุม มานั่งเล่นริมทะเลไม่ไกลจากเรียวคัง

"น่าจะแปลว่า ทะเลสวย ผืนน้ำเป็นประกาย ยามกระทบแสงอาทิตย์ล่ะมั๊ง" อาจารย์ตอบเด็กน้อย
"ผิดครับ จริงๆแล้วมันแปลว่า 'คริสตรัล' ครับ" เด็กน้อยตอบตามที่เคยได้ยินผู้ใหญ่บอกเล่าให้ฟัง
"เห็นคุณพ่อบอกว่า ห่างจากฝั่งไป 200 เมตร น้ำทะเลใสมากๆ ใสกระทั่งเห็นท้องทะเลลึกลงไปหลายเมตร เห็นปลา ประการัง สัตว์ต่างๆหลายชนิดเลยครับ"เด็กน้อยสาธยายต่อไปอย่างภาคภูมิใจ ในท้องทะเลบ้านเกิด
"แล้วเธอเคยเห็นมันด้วยตาของเธอเองรึเปล่าล่ะ" อาจารย์ถาม
"ยังไม่เคยเห็นเลย" เสียงเด็กน้อยตอบอย่างผิดหวัง
"แค่ 200 เมตรเอง ทำไมไม่ลองว่ายไปดูล่ะ"
"ผมว่ายน้ำไม่เป็นครับ"
"แล้วไม่ลองนั่งเรือไปดูล่ะ"
"ผมเมาเรือง่ายมากเลยครับ" พูดถึงตรงนี้เด็กน้อยยิ่งดูหน้าจ๋อย

"ทำไมเซนเซย์ ถึงมาเป็นอาจารย์ฟิสิกส์ ล่ะครับ ผมไม่เห็นจะชอบเลยวิชาวิทยาศาสตร์"
"แล้วเธอชอบเรียนวิชาอะไรล่ะ"
"จริงๆก็ไม่เห็นชอบวิชาอะไรเลยครับ แต่ถ้าต้องเลือกสักวิชา คงเป็นคณิตศาสตร์
แต่ที่แน่ๆ วิชาที่ชอบน้อยสุดคงหนีไม่พ้น วิทยาศาสตร์แน่ๆ"
อาจารย์ไม่ได้กล่าวว่าอะไรต่อ
"เรียนวิทยาศาสตร์ไม่เห็นสนุกเลย นึกไม่ออกเลยว่าจะเอาความรู้ไปทำอะไร"

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เย็นวันนั้น ดอกเตอร์ของเรา แว้บไปหาซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้ของมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เบ็ดตกปลา เอ็น น้ำอัดลม ดินน้ำมัน ถุงพลาสติค ฯลฯ
"เซนเซย์ ซื้อของพวกนี้มาทำอะไรเยอะแยะครับ" เด็กน้องเคียวเฮ อดสงสัยไม่ได้
"จะพิสูจน์ให้เธอเห็นไงล่ะ ว่าฟิสิกส์มันมีประโยชน์อะไร"
คืนนั้นอาจารย์ก็นั่งประดิษฐ์สิ่งของอย่างหนึ่ง กว่าจะทำเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"เคียวเฮ อยากเห็นน้ำทะเลใส ที่พ่อเธอเล่าให้ฟังด้วยตาตัวเองมั๊ย" อาจารย์ถามเคียวเฮในสายวันถัดมา
"อยากครับๆ"
"เราไปกันเล้ยย !!!!" อาจารย์ว่าพลางแบบกล่องอุปกรณ์ที่เค้าทำทั้งคืน สะพายไปด้วย
"เซนเซย์ จะทำได้ยังงัยเหรอครับ"

จากนั้น อาจารย์ฟิสิกส์ กับเด็กน้อยชาวเกาะ ก็ออกเดินทางก็ตามแนวชายหาด ปีนโขดหิน ด้วยความยากลำบาก (สำหรับเด็กน้องเคียวเฮ) จนได้มาพบกับสถานที่แห่งหนึ่ง มองจากด้านบน เหมือนจะเป็นที่ท่าเรือขนาดเล็ก มีทางเดินยื่นยาวออกไปในท้องทะเล

"โว้วววว สวยมากครับเซนเซย์ ผมเองยังไม่เคยมาตรงนี้เลย"
อาจารย์เราไม่ได้สนใจทัศนียภาพรอบๆตัวมากนัก ตอนนี้กำลังค่อยๆเอาสิ่งประดิษฐ์ที่อุตสาห์ทำจนดึกดื่นออกมาประกอบ
"เรากำลังจะทำอะไรกันเหรอครับเซนเซย์"
"เธอลองเดาดูสิ" เซนเซย์พูดพลางประกอบสิ่งประดิษฐ์ จนเสร็จ

เจ้าสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้คือ "แท่นยิงจรวดพลังน้ำ" (อย่าถามนะครับว่าทำได้จริงมั๊ย ผมดูจากหนังมา อิอิ)
ประกอบด้วยฐานวางจรวด โดยจรวดทำจากขวดน้ำพลาสติก ต่อเข้ากับเอ็นของเบ็ดตกปลา ภายในขวดใส่ก้อนดินน้ำมันสี่เหลี่ยม เพื่อถ่วงน้ำหนัก

เมื่อจัดฐานปล่อยจรวด พร้อมติดตั้งจรวดประดิษฐ์แล้ว เซนเซย์ก็ทำการ กดปุ่ม เพื่อปล่อยจรวด
ซึ่งเจ้าจรวดที่ว่าก็พุ่งออกไปในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ในทันที
"สุดยอดดดด !!!!" เด็กน้อยเฮเคียวตะโกนลั่นเป็นเด็กๆ(ก็แน่ล่ะสิ)
"เคียวเฮ ไปดูตรงคันเบ็ด บอกระยะมาหน่อยซิ" เด็กน้อยที่ยังตกตะลึงอยู่ ก็วิ่งไปที่คันเบ็ด เห็นมิเตอร์ซึ่งประดิษฐ์มาแบบง่ายๆโดยต่อเข้ากับสายเอ็นของเบ็ด
"95 เมตรครับ" เด็กน้อยตอบอย่างว่องไว
ดอกเตอร์ กรอกค่าลงในโน็ตบุ๊คที่พกมาด้วย เพื่อวิเคราะห์ว่าจะต้องปรับปัจจัยต่างๆยิงยังงัย
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 200 เมตร
จากนั้นก็หมุนคันเบ็ดเพื่อนำขวดพลาสติกกลับมา เพื่อทำการทดสอบต่อไป

หลังจากทดลองยิงไป 5-6 ครั้ง เด็กน้อยก็เริ่มหายตื่นเต้น
"เซนเซย์ ตกลงผมจะได้เห็นท้องทะเลจริงๆเหรอ เซนเซย์จะทำยังงัยอ่าาา"

"เธอก็ลองนึกดูสิ นี่เรากำลังจะทำสำเร็จแล้วนะ" ว่าแล้วก็กดปุ่มเพื่อปล่อยจรวดครั้งที่ 7
"187 เมตร อีกนิดเดียว ลองเพิ่มองศาการยิงอีกสักนิด น่าจะได้ระยะ 200 เมตร"
ว่าแล้วอาจารย์ก็ปล่อยจรวดครั้งที่ 8 จรวดพุ่งออกไป เหมือนเมื่อ 7 ครั้งที่ผ่านมา
"203 เมตร เยส!!!!!"


หลังจากหมุนคันเบ็ดเพื่อนำจรวดขวดพลาสติกกลับมาแล้ว
เซนเซย์เราก็แกะขวด (ซึ่งประกอบจากขวด 2 ใบพันด้วยเทปกาว) เอาดินน้ำมันที่อยู่ภายในออกมา แล้วนำโทรศัพท์มือถือ ใส่ถุงพลาสติก กดโทรออก มายังมือถือของเคียวเฮ ใส่เข้าไปในจรวดขวดพลาสติกแทน
"เอาล่ะ เราจะได้เห็นกันแล้วว่า ที่ทะเลระยะ 200 เมตรเราจะได้เห็น ทะเลสวยน้ำใสอย่างที่พ่อเธอเล่าให้ฟังไม๊" ดอกเตอร์ว่า ส่วนเด็กน้อยยังงคงสงสัยอยู่ (ผมก็สงสัย)
ว่าแล้วอาจารย์ก็ยิงจรวดภายในบรรจุโทรศัพท์มือถือออกสู่ท้องทะเลอีกครั้ง

"เคียวเฮรับโทรศัพท์สิ" เซนเซย์บอก หลังจากจรวดขวดพลาสติคของเราจมดิ่งสู่ท้องทะเล ที่ระยะ 200 เมตรจากฝั่งแล้ว
"อ๊ะ เป็น video call ด้วย" เคียวเฮเปิดฝาโทรศัพท์แบบพับของเค้าเพื่อรับสาย
แต่เพราะแดดบริเวณนั้นสว่างจ้ามาก เคียวเฮจึงยังมองไม่เห็นภาพจากมือถือ
เซนเซย์เราเห็นดังนั้น จึงนำผ้าคลุมสีดำคลุมร่างเด็กชายที่กำลังคุดคู้พยายามดูภาพจากมือถืออยู่

"ว้าววววว เซนเซย์ สุโค่ยยยยยย" เคียวเฮร้องลั่น หลังจากเห็นภาพใต้ท้องทะเล จากภาพกล้องของโทรศัพท์มือถือทีถูกบรรจุในจรวดพลาสติก ซึ่งบัดนี้จมดิ่งอยู่กลางทะเลลึก ห่างจากฝั่ง 200 เมตร
ซึ่งเห็นเป็นภาพ สัตว์น้ำน้อยใหญ่ ปะการัง เต่า ฯลฯ สวยงามจริงๆ (ผมดูจากในหนัง)

"เห็นรึยังว่า วิทยาศาตร์มีประโยชน์ยังงัย" เซนเซย์กล่าวทิ้งท้าย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เนื้อหาทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนต์เรื่อง "A Midsummer's Equation)"
ซึ่งจริงๆแล้ว ผมยังดูไม่จบเลย แต่ชอบช่วงนี้ของหนังมาก เลยอยากเอามาแบ่งปันกันครับ :)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น